คลิปวิดีโอสรุปเนื้อหาอย่างย่อ
สารบัญบทเรียน
เอกสารฉบับนี้สังเคราะห์วิวัฒนาการของดนตรีตะวันตกผ่านยุคสมัยต่างๆ โดยแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงจากดนตรีที่ผูกพันกับศาสนาอย่างเคร่งครัดในสมัยกลาง ไปสู่การแสดงออกทางอารมณ์และความคิดสร้างสรรค์ส่วนบุคคลในยุคหลัง ดนตรีได้พัฒนาจากทำนองเดียว (Monophony) ไปสู่การสอดประสานที่ซับซ้อน (Polyphony) และมีการพัฒนาระบบการบันทึกโน้ตดนตรีขึ้นในสมัยกลางโดย กีโด ดาเรซโซ (Guido D’ Arezzo) ในยุคต่อๆ มา รูปแบบของวงดนตรีได้ขยายใหญ่ขึ้น มีการเลือกใช้เครื่องดนตรีอย่างเจาะจงเพื่อสื่ออารมณ์ที่แตกต่างกัน และคีตกวีเริ่มให้ความสำคัญกับจินตนาการและความรู้สึกส่วนตัวเป็นหัวใจหลักในการประพันธ์เพลง จนกระทั่งในยุคอิมเพรสชั่นนิซึมและยุคปัจจุบัน ดนตรีได้ก้าวไปสู่การทดลองใช้เสียงที่แปลกใหม่ การผสมผสานวัฒนธรรมดนตรีจากต่างแดน และการสะท้อนความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่
--------------------------------------------------------------------------------
ช่วงเวลา: พ.ศ. 1393-1993
ลักษณะสำคัญ:
ในช่วงแรก (ศตวรรษที่ 6) ดนตรีขึ้นอยู่กับศาสนาเป็นหลัก โดยสมเด็จพระสันตะปาปาเกรกอเรียน (Pope Gregorian) เป็นผู้รวบรวมบทสวดซึ่งมีต้นฉบับมาจากกรีกและใช้ภาษาละติน
ดนตรีในยุคต้นเป็นลักษณะทำนองเดียว (Monophony)
ต่อมาในศตวรรษที่ 11 ได้พัฒนาไปสู่ลักษณะสองทำนอง (Polyphony)
การศึกษาดนตรีเริ่มขึ้นในโบสถ์ และมีการเริ่มต้นบันทึกตัวโน้ตในยุคนี้
บุคคลสำคัญ:
กีโด ดาเรซโซ (Guido D’ Arezzo): พระชาวอิตาเลียน (พ.ศ. 153-1593) ผู้สังเกตเพลงสวดภาษาละตินเก่าแก่และนำพยางค์แรกของแต่ละประโยคมาเรียงเป็นระบบเสียง Do Re Mi Fa Sol La Te Do ซึ่งเป็นรากฐานของโน้ตดนตรีในปัจจุบัน
พัฒนาการ: ในช่วงท้ายของยุค (ค.ศ. 1300 หรือ พ.ศ. 1843) ดนตรีมีความสัมพันธ์กับศาสนาอย่างแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ช่วงเวลา: พ.ศ. 1993-2143 (ตรงกับสมัยของโคลัมบัสและเชคสเปียร์)
ลักษณะสำคัญ:
รูปแบบดนตรีที่นิยมคือการร้องหมู่ในวงเล็กๆ โดยมีเนื้อหาส่วนใหญ่เกี่ยวกับการสรรเสริญพระเจ้า และมักขับร้องกันในโบสถ์
การขับร้องประสานเสียงประกอบด้วย 4 แนวเสียงหลัก ได้แก่ โซปราโน (Soprano), อัลโต (Alto), เทเนอร์ (Tenor), และเบส (Bass)
มีการใช้เครื่องดนตรีคลอเสียงร้อง เช่น ออร์แกน หรือ ขลุ่ย
ในยุคนี้ยังไม่มีโน้ตสำหรับเครื่องดนตรีโดยเฉพาะ นักดนตรีจึงมักเล่นตามเสียงร้องเป็นหลัก
ช่วงเวลา: พ.ศ. 2143-2293
ลักษณะสำคัญ:
ยุคต้น (พ.ศ. 2143-2218): วงดนตรีประกอบด้วยเครื่องดนตรีประมาณ 20-30 ชิ้น ซึ่งจะสลับกันเล่นเพื่อสร้างรสชาติที่หลากหลายในการฟัง มีการใช้เครื่องดนตรีอย่าง ลิ้วท์ (Lute) และขลุ่ย เพื่อคลอเสียงร้อง
ยุคหลัง: มีวิวัฒนาการโดยใช้เครื่องสายมากขึ้นเพื่อประกอบการเต้นรำ และมีการนำเครื่องลมไม้เข้ามาผสมในวงด้วย
บุคคลสำคัญ/คีตกวี: บาค (Bach) และ ไฮเดิน (Haydn)
บทบาทผู้อำนวยเพลง: ในสมัยนี้ ผู้อำนวยเพลงจะทำหน้าที่เล่นเครื่องดนตรีฮาร์พซิคอร์ด (Harpsichord) ไปพร้อมกัน
ช่วงเวลา: พ.ศ. 2273-2368 (ตรงกับช่วงเวลาการปฏิวัติและการปฏิรูปในอเมริกา)
ลักษณะสำคัญ:
ดนตรีเริ่มมีแบบแผนและเข้ารูปเข้ารอยมากขึ้น ทำให้นักดนตรีต้องศึกษาและเล่นให้ถูกต้องตามหลักการ
การประพันธ์เพลงเกิดจากความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการของคีตกวีอย่างแท้จริง
มีการเลือกใช้เครื่องดนตรีอย่างเจาะจงเพื่อให้เหมาะสมกับลีลาและอารมณ์ของบทเพลง เช่น ใช้ไวโอลินสำหรับท่วงทำนองที่หวานซึ้ง หรือใช้ทรัมเป็ตเพื่อแสดงความองอาจกล้าหาญ
มีการแสดงเดี่ยวเครื่องดนตรี (Solo) เกิดขึ้น
บุคคลสำคัญ/คีตกวี:
ไฮเดิน (Haydn): ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ริเริ่มการแต่งเพลงในรูปแบบคลาสสิก
คีตกวีที่มีชื่อเสียงอื่นๆ ได้แก่ โมสาร์ท (Mozart), กลุ๊ก (Gluck), และ บีโธเฟน (Beethoven)
บีโธเฟน (Beethoven): เป็นคีตกวีคนสำคัญที่สร้างสรรค์ผลงานคาบเกี่ยวระหว่างสมัยคลาสสิกและสมัยโรแมนติก
ช่วงเวลา: พ.ศ. 2368-2443 (ตรงกับสมัยของนโปเลียนแห่งฝรั่งเศส)
ลักษณะสำคัญ:
แนวคิดในการประพันธ์เพลงแตกต่างจากยุคก่อนหน้าอย่างชัดเจน โดยเปลี่ยนจากการรับใช้ศาสนาหรือยึดแบบแผน มาเป็นการแต่งเพลงตามจุดประสงค์และความคิดฝันของคีตกวี
ให้ความสำคัญกับ "อารมณ์" เป็นหัวใจหลักในการสร้างสรรค์ผลงาน
ดนตรีในแต่ละประเทศของยุโรปเริ่มมีลักษณะและความนิยมที่แตกต่างกันไป เช่น เพลงร้อง, เพลงประกอบละคร, และเพลงเต้นรำแบบวอลท์ (Waltz)
บุคคลสำคัญ/คีตกวี: ชูเบิร์ต (Schubert), สเตร้าส์ (Strauss), เมนโดโซน (Mendelssohn), โชแปง (Chopin), ชูมานน์ (Schumann), บราห์มส์ (Brahms), และ ไชคอฟสกี้ (Tchaikovsky)
ช่วงเวลา: ประมาณ พ.ศ. 2393-2473
ลักษณะสำคัญ:
เป็นยุคแห่งการใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อดัดแปลงดนตรีจากสมัยโรแมนติกให้มีความแปลกใหม่ตามจินตนาการของผู้แต่ง
แนวคิดนี้เปรียบได้กับการใช้สีสันที่ฉูดฉาดในการวาดภาพ
ผู้ประพันธ์มีการนำเครื่องดนตรีแปลกใหม่จากต่างประเทศ เช่น จากประเทศอินเดีย มาผสมผสานเพื่อสร้างรสชาติทางดนตรีที่แตกต่าง
การประสานเสียงในบางครั้งอาจฟังดู "แปร่งๆ ไม่รื่นหู" เมื่อเทียบกับสมัยก่อน
มีการนำทำนองเพลงจากทวีปเอเชียหรือประเทศใกล้เคียงมาดัดแปลงให้เหมาะสมกับวงดุริยางค์
บุคคลสำคัญ/คีตกวี: คลอดด์ เดอบูว์ซี (Claude Debussy), อิกอร์ สตราวินสกี้ (Igor Stravinsky), และ อาร์โนลด์ โชนเบิร์ก (Arnold Schoenberg)
ช่วงเวลา: ตั้งแต่ พ.ศ. 2473 ถึงปัจจุบัน (หรือเรียกว่า Modern Music – Electronics)
ลักษณะสำคัญ:
สะท้อนชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบันที่อยู่กับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น เครื่องบินไอพ่น, ยานอวกาศ, และโทรทัศน์
นักแต่งเพลงเปลี่ยนแปลงวิธีการประพันธ์ไปสู่รูปแบบที่เป็นปัจจุบันมากขึ้น
ดนตรีประเภทนี้มักถูกนำไปใช้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ โดยเฉพาะในฉากที่ต้องการสร้างความตื่นเต้น หวาดเสียว หรือน่ากลัว
แผนผังความคิด ยุคสมัยดนตรีตะวันตก